ชื่อ นางนิภา นามสกุล เลิศศรีชูเชิด
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สถานศึกษา โรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
รายวิชาที่สอน รายวิชาวิทยาการคำนวณ2 , ธุรกิจออนไลน์,การตัดต่อวีดีโอ
ครูที่ปรึกษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/6 (ห้องเรียนคอมพิวเตอร์)
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1. ภาระงาน รวมจำนวน 37 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะมีภาระงานเป็นไปตามที่
ก.ค.ศ. กำหนด
1.1. ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 26 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาวิทยาการคำนวณและเทคโนโลยี จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาโครงงานคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาโครงงานสร้างสรรค์ จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาซ่อมเสริม จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาแนะแนะแนว/ต้านทุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมสวดมนต์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้รวมจำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ( PLC ) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมโฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- งานเทคโนโลยี /DMC/Website /เพจ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
- กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1. ภาระงาน รวมจำนวน 43 ชั่วโมง/สัปดาห์ จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 31 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาวิทยาการคำนวณ 2 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาการเขียนโปรแกรม จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาวิทยาการคำนวณและเทคโนโลยี จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาแนะแนว/ต้านทุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมสวดมนต์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้รวมจำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ( PLC ) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมโฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- งานเทคโนโลยี /DMC/Website/ เพจ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
- กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนา มากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
การจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำเป็นต้อง
มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ควบคู่กับทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต การศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนยังพบว่าผู้เรียนบางส่วนมีโอกาสในการลงมือปฏิบัติจริง การคิดค้นแนวทางแก้ปัญหา และการสร้างผลงานด้วยตนเองค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้การพัฒนาทักษะดังกล่าวยังไม่ปรากฏผลอย่างเป็น
รูปธรรม
ดังนั้น จึงมีความท้าทายในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน (Project-Based Learning: PBL) เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์หรือปัญหาที่ใกล้ตัว ผู้เรียนร่วมกันกำหนดปัญหา วางแผน สืบค้นข้อมูล ออกแบบแนวทางแก้ปัญหา สร้างชิ้นงานหรือนวัตกรรม ทดลอง ปรับปรุง และนำเสนอผลงาน กระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ทั้งความรู้ ทักษะการคิด การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนมีบทบาทเป็นผู้เรียนรู้เชิงรุกและเป็นผู้สร้างผลงานหรือนวัตกรรมด้วยตนเอง พร้อมทั้งใช้การประเมินตามสภาพจริงและรูบริกในการติดตามพัฒนาการของผู้เรียน เพื่อให้เกิดหลักฐานเชิงประจักษ์ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม
วัตถุประสงค์ของการพัฒนา
1. เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
2. เพื่อศึกษาผลของการใช้รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
3. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมของนักเรียน ได้แก่
-การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
-การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
-การสื่อสาร
-การทำงานร่วมกัน
4. เพื่อศึกษาความคิดเห็นและเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยกระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน
2.วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2568 ในเรื่องของ มาตรฐานการเรียนและตัวชี้วัด ของเนื้อหาวิชา
2.2 จัดทำโครงร่างของหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ และบทเรียนออนไลน์ เนื้อหาการเรียน มีรูปแบบการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning)
2.3 จัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีรูปแบบการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project Based Learning) ให้นักเรียนได้เรียนรู้การใช้กระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม ตามขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน 4 ขั้นตอน
- ขั้นนำเสนอ เรียนรู้การสืบเสาะข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ปฐมภูมิ และทุติยภูมิ เพื่อคัดเลือกหัวข้อโครงงาน นำเสนอหัวข้อโครงงานและจัดทำข้อเสนอ
- ขั้นวางแผน ระดมความคิด การวางแผนดำเนินงานอภิปรายหาข้อมูลในกลุ่ม
- ขั้นปฏิบัติ ผู้เรียนลงมือทำโครงงานร่วมกันโดยการแบ่งหน้าที่ ใช้กระบวนการกลุ่ม โดยมีครูที่ปรึกษาโครงงานให้ความรู้และชี้แนะเพื่อให้นักเรียนสามารถทำโครงงานสำเร็จ
- ขั้นประเมินผล ประเมินผลตามสภาพจริง ผลงานนักเรียน
2.4 จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ สามารถประมวลความรู้ในการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการออกแบบ และสร้างโครงงานสื่อสร้างสรรค์เพื่อการศึกษา ได้แก่ การจัดทำ รูปเล่มโครงงาน นำเสนอผลงานผ่านเว็บไซต์ จัดทำคลิปวีดีโอเผยแพร่สื่อออนไลน์ จัดทำโปสเตอร์สรุปบันทึกการสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น
2.5 ผู้เรียนสามารถรวบรวมผลงานสื่อสร้างสรรค์ที่จัดทำขึ้น สร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่สำหรับสืบค้นข้อมูล ในปีถัดไป และเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ได้
2.6 ผู้เรียนสามารถนำเสนอผลงานได้อย่างหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การนำเสนอผ่านเว็บไซต์ สื่อออนไลน์ ช่องทาง Youtube.com โปสเตอร์นำเสนองาน
3.ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
- นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถจัดทำโครงงานสื่อสร้างสรรค์เพื่อการศึกษา โดยกระบวนการกลุ่ม ได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมีคะแนนทดสอบปลายภาคผ่านเกณฑ์ (ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม) คิดเป็นร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด และนักเรียนทั้งหมดมีความพึงพอใจ ต่อกิจกรรมจัดการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยอยู่ใน ระดับดี
- มีแหล่งเรียนรู้ออนไลน์สำหรับสืบค้นข้อมูล ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยากรท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลงานที่นักเรียนสร้างขึ้น อย่างน้อย 1 รูปแบบ
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ ปลอดภัย และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้โดยใช้โครงงานไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการศึกษาต่อและพัฒนาสู่การประกอบอาชีพ โดยสามารถนำเทคโนโลยีทักษะความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ การเรียนรู้จากวิทยากรท้องถิ่น การสืบค้นข้อมูลเพื่อจัดทำโครงงานสื่อสร้างสรรค์มาต่อยอดและประยุกต์ใช้ได้จริงสามารถนำไปใช้ในการหารายได้ระหว่างเรียนและเป็นแนวทางในการพัฒนาสู่การประกอบอาชีพในอนาคตได้